เรื่องของหัวใจ

posted on 27 Sep 2008 00:02 by jupang

   

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนบัญญัติไอ้ข้อความที่ว่า "อกหัก ดีกว่ารักไม่เป็น"

ลองคิดเล่นๆ จะมีซักกี่คนที่อยากจะปลอบใจตัวเองด้วยข้อความนี้

ชั้นคนนึงละที่ไม่แน่นอน แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ เราต้องยอมรับความจริงข้อนี้

ไอ้ความรักจะว่าตลก มันก็ตลก โลกนี้มีคนอยู่เป็นล้าน อกหักกันทุกวัน วันละหลายๆคน

เราคิดค้นอะไรได้หลายอย่าง ทำให้มนุษย์บินได้ และไปถึงดวงจันทร์ ไขปัญหาทุกอย่างของจักรวาล

........และแทบจะชุบชีวิตคนตายให้ฟื้น........

         

แต่ไอ้จะชุบชีวิตพลพรรคหัวใจสลาย อยู่ได้เฉพาะร่างไร้วิญญาณนี่ นักวิทยาศาสตร์ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

การใช้เวลาอยู่กับอาการอกหัก...มันก็คล้ายๆกันในหลายๆราย

หากตัดเรื่องอารมณ์ออกไป ปฏิกิริยาของไอ้อาการอกหักก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย สิ่งที่ชั้นได้เรียนรู้จากการอกหัก

ช่างน่าสนใจ จนต้องหาทางบันทึกไว้ ให้ได้จดจำกันเลยทีเดียว เช่น ...

- มีคนมากกว่าครึ่งในชีวิตเรา เคยเป็นเช่นเรามาก่อน (โอวแม่เจ้า ถ้านับรวมคนที่เราไม่รู้จักอีกหละ มันคงจะมากมาย)

- ทำให้ได้รู้จักว่าอาการนอนไม่หลับเป็นอย่างไร

- ชั้นรู้ว่าตัวเองต้องการกำลังใจแบบห่างๆ และพยายามหลีกเลี่ยงการแตะเนื้อต้องตัว เพราะต่อมน้ำตาได้ย้าย

ไปอยู่ใต้ผิวหนัง บริเวณไหล่ หลัง หัว ฯลฯ เผลอแตะสุ่มสี่สุ่มห้า ต่อมน้ำตาจะแตกทันที

- ชั้นได้รู้ว่าสมองสามารถจดจำอะไรๆได้มากมายขนาดไหน และการลืมนั้นยากจริงๆ

- แน่ใจได้เลยว่าชั้นไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์แน่นอน

- ได้รุ้ว่า จริงๆแล้วตัวเราก็ไม่ได้เข้มแข็งอะไรเลย ไม่เข้มแข็งเท่ากับที่เราเคยนึก และไม่ได้เข้มแข็ง

มากมายเท่ากับที่คนอื่นมักคิดว่าเรามีเหลือล้น

- ได้คำแนะนำมากมาย แต่ทำไม่ได้ซักกะอย่าง เฮ้อ...

- ดูหนังไม่ได้ ฟังเพลงไม่ได้ มิวสิควีดีโอยิ่งแล้วใหญ่ ทำให้เราเสพอะไรดีๆในชีวิตได้น้อยลง

- และแน่นอน มีแนวโน้มจะทำอะไรแปลกๆได้ง่ายขึ้น

        

ที่แน่ๆ สิ่งที่ชั้นได้เรียนรู้อีกอย่างและสำคัญมากก็คือ การอกหักจะสร้างความรู้สึกผิดอันยิ่งใหญ่เข้าโจมตีเรา

ไม่ว่าจะเค้าหรือเราจะผิดก็ตาม และทางที่จะหายได้ก็คือ การให้อภัย

....ให้อภัยตัวเอง และให้อภัยคนอื่น ให้อภัยในสิ่งที่เราๆก็รู้กันอยู่ว่า เรื่องแบบนี้ไม่มีใครถูกหรือผิดชัดเจน

แต่บางทีไอ้นิสัยการชอบหาเหตุผลมันก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเองได้ง่ายๆ

เราจะโทษตัวเองอยู่เสมอ จากผลที่เกิด

เราไม่มีทางเข้าใจได้ว่า ในเมื่อเราตั้งใจ ใส่ใจ รักเดียวใจเดียว ...ขนาดนี้แล้ว ทำไมมันเกิดขึ้นกับเรา

แม้จะไม่ได้เป็นคนดีเลิศเลอขนาดคนรักในอุดมคติ แต่เชื่อว่าในฐานะคนรัก ชั้นก็น่าจะสอบผ่าน

...พาลทำให้คิดว่า---รู้อย่างนี้ เป็นคนเลวซะจะดีเสียกว่า---

...เพราะเมื่อเลวแล้ว เวลาถูกทิ้งไปจะได้ไม่ต้องมานั่งหาคิดมาก สงสัยตัวเอง แถมมีเหตุผลที่ดีอีกต่างหาก

เพราะในเมื่อเลวได้ใจ ถูกทิ้งไปก็คงไม่แปลก ----ก็เรามันเลวเอง!!!!!----

                

แต่มันก็มีอีกอย่างที่เราต้องใส่ใจ

กับความจริงที่ว่า ชีวิตคนเรานั้นอายุช่างสั้นนัก อายุไขเฉลี่ยก็ไม่เกิน70-80

ถ้ายึดตามนี้ เราก็เกิดและใช้ชีวิตมาไม่น้อยแล้ว

....คงจะน่าเศร้ามากใช่ไหม ถ้าเราไม่หายจากอาการอกหักเสียที และเราจะต้องจมอยู่กับคำถามคาใจ

ไปจนกระทั่งถึงวันสุดท้ายของชีวิต...

 

หญิงเจ้าน้ำตา

posted on 26 Jul 2008 18:57 by jupang

ในคืนที่ฝนพรำ

ชั้นนั่งอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ดูมีความสุข

กับเครื่องดืม เสียงดนตรีที่คลอเบาๆ

และหญิงสาวเจ้าน้ำตาคนหนึ่ง...

ครั้งหนึ่ง...ที่เคยเป็นที่รักของชายที่เธอรัก

เธอสดใสร่าเริง และมีรอยยิ้มเสมอ

หากเมื่อเวลาผ่านไป หลายสิ่งหลายอย่างที่แปรเปลี่ยน เช่นเดียวกับหัวใจ

เพื่อนชั้นจึงกลายเป็นคนอกหัก

.....เธอถามชั้นว่า

" จะลืมสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไหม  และจะใช้เวลานานเท่าใด? "

คำตอบในใจชั้นคือ...  - ชั่วชีวิต -  ....

ชั้นว่า บางทีคนเราก็มีความเชื่อที่แปลกๆ ค้านกับความจริงที่น่าจะเป็น

หลายคนบอกว่า เวลาจะทำให้เราลืมเรื่องร้ายได้

แต่ชั้นกลับคิดว่า เวลาก็แค่ทำให้อะไร อะไร ทีว่า...มันผ่านไปเท่านั้นเอง

แต่ไม่มีทางที่มันจะเปลี่ยนผลของมันได้

เราจะลืมสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในชีวิตได้อย่างไร?

แล้วจะเร่งเวลาให้ข้ามผ่านเรื่องราว ที่เราได้ผ่านในช่วงชีวิตได้หรือ?

....เพราะแผลเป็นก็จะต้องทิ้งร่องรอยไว้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร

และมันก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา

     เมื่อเวลาผ่านพ้น เราอาจจะคิดถึงมันน้อยลง

เพราะเมื่อนั้น เราก็จะมีเรื่องอะไรต่อมิอะไรเข้ามาในชีวิตมากขึ้น

บ่าของเราไม่อาจแบกรับเรื่องราวทั้งหมดไว้ในคราวเดียว

และหัวใจ...ก็ไม่กว้างใหญ่พอที่จะใส่ความทุกข์โศกทั้งหมดที่เกิดขึ้น

      ... แต่คงเป็นเพราะเราถูกสาปให้มีความทรงจำ  จึงไม่เคยลืมอะไรได้สนิทจริงๆ ...

จะลืมคนที่ครั้งหนึ่งเคยโอบกอดเราไว้ในอ้อมแขน และบอกรักเรา

จะลืมคนที่ครั้งหนึ่งเราเคยกอดตอบเค้า และเราก็เคยกระซิบบอกเค้าว่า "รัก" เช่นกัน

ครึ่งหนึ่งของหัวใจ และชีวิตเรา ที่เราเคยเชื่อว่าเป็นของเค้า

......อย่างนั้นมันลืมไม่ได้ จริงจริง .......

 

ชั้นแตะมือหญิงเจ้าน้ำตาคนนั้น เบา เบา

" คนเราไม่จำเป็นต้องมีอะไรครบถ้วน และไม่จำเป็นต้องลืมเรื่องร้ายทั้งหมด แต่สิ่งที่จำเป็น คือ

เราต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง และมันต้องดำเนินต่อไป..."

 

...........เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตา.............

 

untitled

posted on 16 Jul 2008 22:32 by jupang

เวลาที่มองฟ้า เคยรู้สึกคิดถึงใครบางคนบ้างไหม?

...เวลานี้ ชั้นคิดถึงเธอ...

         134340

หรือชื่อเดิมก็คือ ดาวพลูโต

ดาวที่ถูกขับออกจากระบบสุริยะจักรวาลตามการวิเคราะห์ของมนุษย์
"ดาวพลูโต ถูกจัดใหม่ให้เป็น “ดาวเคราะห์แคระ” 
ไอเอยู ให้คำนิยามความแตกต่างระหว่างดาวเคราะห์และดาวเคราะห์แคระว่า 
ดาวเคราะห์ต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะมีแรงดึงดูดก้อนหินและวัตถุต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในวงโคจรของมัน
สถานะของดาวพลูโตเป็นที่ถกเถียงกันมาหลายปี นักดาราศาสตร์ที่เห็นว่า
 ไม่ควรจัดให้ดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์ ยกเหตุผลว่า ดาวพลูโตมีขนาดเล็กมาก 
และมีการโคจรที่ผิดแปลกจากดาวเคราะห์ดวงอื่นอย่างมาก

 

ช่วยด้วยเจ้าค่ะ...

posted on 13 Jul 2008 11:48 by jupang
ถึง วิเวียน ที่รัก
      ชั้นไม่รู้ว่าเธอไม่พอใจอะไรชั้น... เธอถึงหายหน้าไปโดยไม่บอกลา
ทำไมเธอทำกับชั้นแบบนี้ รู้ไหมว่าเธอทำให้ชั้นเสียใจและลำบากมากมาย
กุญแจรถ, กุญแจบ้าน (ชั้นต้องวานพี่นักการมางัดบ้านให้ ลำบากเค้าจริงๆ)
กระเป๋าสตางค์ชั้นที่ฝากเธอเก็บไว้ เธอก็เอาไป ...ดีนะที่ชั้นมีกะตังค์แค่ 200 
กะแบงค์พันปลุกเสกของหลวงพ่อคูณอีกปึก ชั้นไม่ได้เจตนาหลอกใครหรือ
ว่าจะแอ๊บรวยน๊า...แค่พกไว้เรียกโชคลาภและผู้ชาย
         ชั้นไม่รู้ว่าชั้นทำอะไรให้เธอไม่พอใจ อาจเป็นที่ชั้นใช้งานเธอหนัก
บางอย่างไม่ใช่หน้าที่เธอ เช่นงานเก็บเอกสาร ชั้นก็ใช้เธอ มันก็ออกจะหนักสำหรับเธอจริงq
เพราะเธอบอบบาง แต่เพราะเธอไม่เคยบ่นและประกอบกับเธอออกจะดูดีมีชาติตระกูล
ชั้นจึงเหมาเอาว่าเธอน่าจะทรงภูมิพอที่จะใช้สอยเธอได้ชั้นก็ตะบี้ตะบันใช้เธอ
ถึงแม้ตอนนี้จะสายไปสำหรับหารขอโทษ แต่อยากให้รู้ว่าทุกอย่างที่เธอทำให้ ชั้นดีใจมากนะ
         วิเวียนคะ ...ชั้นรู่ว่าไม่ควรหวังว่าเธอจะให้อภัยและกลับมาหาชั้น แต่ก็ยังอดหวังไม่ได้
และถึงแม้ชั้นจะเอาเรื่องเธอไปบอกตำรวจ ก็ไม่ต้องตกใจไปนะคะ เพราะชั้นจำเป็นที่จะต้อง
ทำอย่างนั้น ไม่อย่างนั้นงั้นชั้นก็จะทำเอกสารสำคัญต่างๆใหม่อีกไม่ได้ หวังว่าคนที่ได้เธอไป
เค้าคงดีกับเธอมากกว่าชั้นนะคะ
รักวิเวียนเสมอค่ะ
ชั้นเอง
ปล.ใครเจอกระเป๋าถือก็ได้ สะพายก็ดี สีน้ำตาล ชื่อว่า วิเวียน (สภาพเยินๆ)
กรุณาส่งคืนจุ๊ปังด้วยนะค๊า...
 -  กระเป๋าชั้นหายไปเมื่อคืนวันเสาร์ ชั้นรู้ว่าโลกไม่ได้ถล่ม
ฟ้าไม่ได้ทลาย ของหายมันเป็นเรื่องปกติ 

อีกทั้งตามหลักrules of karma ที่เค้าพูดกันจนปากแฉะว่า อนิจจัง ทุกขัง อนันตา

มันก็เตือนใจเราอยู่เสมอว่าใดๆในโลกล้วนไม่เที่ยง

ไม่ว่ามึงจะสะสมทรัพย์สินไว้มากแค่ไหน พอตายห่าไปก็เอาอะไรไปไม่ได้

แต่ชั้นว่าเราอย่าเพิ่งไปพูดถึงอะไรทำนองนั้นดีกว่า

เพราะขนาดกูยังไม่ตายยังเอาอะไรไปไม่ได้เลย 

..

ขอบคุณสำหรับคำปลอบของพวกแกนะ โดยเฉพาะไอ้ตั้ม
"ของหายได้แฟน "
แหม่...ถ้าเป็นจริงตามนั้น ชั้นคงมีเป็นล้าน รักครั้งแรกคงมีตอนขึ้นอนุบาล
(เพราะเข้าอ.1วันแรก ชั้นก็ทำ เสื้อนักเรียน หาย 
รองเท้า ยางลบ กบเหลาดินสอ ไม่ ๆๆๆๆ มันธรรมดาเกินไป
เด็กน้อยน่ารักเยี่ยงชั้น ต้องเสื้อนักเรียนเท่านั้น ...แนวจริงๆเลยกู )
.........แต่ชั้นก็แอบเชื่อพวกแกว่ะ...........
มีนักวิทยาศาสตร์ที่ชั้นรู้จัก (แน่หละชั้นรู้จักเค้า แต่เค้าหาได้รู้จักชั้นไม่...)
บอกไว้ว่า
"สสาร ไม่มีวันสูญหายไปจากโลกนี้ได้ แต่มีการเปลี่ยนรูปได้"
แต่ชั้นก็ไม่รู้ว่าเค้าหมายรวมถึงการเปลี่ยนเจ้าของด้วยหรือเปล่า?
  

 

ชั้นไม่ชอบหน้าฝนเท่าไหร่นัก

แม้จะรู้ว่าฝนคือที่มาของความชุ่มชื่นและอุดมสมบูรณ์ก็เหอะ

มานึกๆดูในโลกนี้ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ชั้นไม่ชอบ

ชั้นไม่ชอบไปเที่ยวทะเล

ไม่ชอบเวลาแดดร้อน ลมแรง

แต่ชั้นชอบภูเขา ลมหนาวและสายหมอก

โดยรวมแล้วในความเป็นจริงที่เป็นอยู่ ก็มีสิ่งที่ชั้นชอบมากกว่า ไม่ชอบอยู่ดี

..

สี่ทุ่มกว่า เวลาที่ใครหลายคนเริ่มออกท่องราตรีในคืนสุข

ชั้นใช้เวลาว่างๆ ยามค่ำคืนนั่งคิดทบทวนและคิดถึงความฝันใครคนหนึ่ง

เปล่า... ฝันของเขาไม่ใช่ยุทธศาสตร์สงครามเก้าทัพยึดทำเนียบ หรือการเอาดินแดนไปแลกกะธุรกิจในดินแดนปลาตาก

มันเป็นแค่การเก็บเงินวันละบาทเพื่อเอาไว้ไปดูบอลโลกซักครั้งนึงเท่านั้น

..

AA คือชายหนุ่มคนนั้น แต่ด้วยความสนิทระดับ2ตีนถีบ ชั้นเรียกเค้าว่า ไอ้เอ

ครั้งหนึ่ง เอเคยชวนเก็บเงินวันละบาท เพื่อเอาไว้ไปดูบอลโลก หรือบอลพรีเมียร์ฯในอนาคต

ถึงจะดูปัญญาด้อยอย่างไม่น่าเชื่อ แต่มันก็เป็นไปแล้ว ชั้นกะมัน ก็ต่างเก็บสตางค์กันวันละบาทมาตั้งแต่บัดนั้น

อาจมีบางวันที่ชั้นขี้โกง ไม่หยอด แต่หลายๆปีมานี้ชั้นก็หยอดแบบเบิ้ล เหรียญ5 เหรียญ10 ประโคมไป

แต่ก็แปลก ทั้งชั้นและมัน ขนาดพูดไทยยังไม่ค่อยจะมีใครรู้เรื่อง

ภาษาอังก่งอังกิดนี่ก็อย่ามาหวัง

แล้วแม่งไม่มีสักกะตัว ที่จะนึกไปเก็บเงินเรียนภาษาบ้าง

ได้แต่มุ่งหน้าเก็บเงินค่าเครื่องบินกันอย่างเมามันต่อไป

..

เมื่อไม่นานมานี้ ไอ้เอ ก็ตัดช่องน้อยแต่พอตัว...แต่งงาน

ชั้นไม่ได้ไปร่วมงาน... เพราะคิดว่าไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร ไม่มีชั้นมันก็คงทำกะเมียมันได้

..

ตอนนี้ชั้นไม่รู้ว่าความฝันของไอ้เอจะยังคงเดิมหรือเปล่า

แต่ที่แน่ๆ การที่คนรวยสักคน ได้เป็นเจ้าของทีมฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก

มันทำให้เพื่อนชั้นเกิดอาการอิจฉา และกระแดะอยากมีทีมฟุตบอลเป็นของตัวเอง

ด้วยเหตุนี้กระมัง...จึงทำให้มันแต่งงาน หาเมียสักคน

เพื่อให้ได้ลุกชายมารวมกันตั้งทีมฟุตบอลสักทีม

..

ถึงแม้ชั้นจะยินดีที่เพื่อนมีความสุข และเริ่มทำตามความฝัน (!!!!)

แต่ชั้นคงไม่คิดจะร่วมทางฝันกับพวกมันแต่อย่างใด

ถึงแม้จะถูกโดดเดี่ยวจากการที่เพื่อนทิ้งไปตามฝัน ชั้นก็คิดว่าไม่เป็นไร ...ชั้นไม่ได้อยู่คนเดียวซะหน่อย

ขอบคุณณ คุณดีเจ คลื่นวิทยุ ที่ทำให้ชั้นคลายเหงา อยู่เป็นเพื่อนเสมอ

แถมยังสัญญิงสัญญาเรื่อยว่า

"ผมจะดูแลคุณผู้ฟังไปถึงเวลา......ฯลฯ ”  ทำเอาชั้นซึ้งมาก ทั้งๆ ที่ความจริงพวกเราโตกันแล้วและกูดูแลตัวเองได้

ขอบคุณค่ะขอบคุณ

ณ วันหนึ่ง

posted on 20 Jun 2008 14:06 by jupang
เมื่อชั้นกลับมาทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านไปในช่วง1เดือนที่ผ่านมา
บางอย่างก็แจ่มชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน
...แต่ก็มีหลายอย่างที่จำไม่เห็นได้ว่ามันเคยเกิดขึ้น
ในห้วงความทรงจำมักมีวันที่ว่างเปล่าให้เราสงสัยได้เสมอว่าตอนนั้นเราทำอะไรอยู่
กับแค่หนึ่งเดือนที่ผ่านมายังไม่สามารถจำเรื่องราวที่เคยเกิดได้สมบูรณ์
นี่คงไม่ต้องคิดเลย ว่าจะนึกถึงความจำเมื่อหลายปีที่แล้วได้ยังไง
แม้สมองมนุษย์จะใหญ่กว่าสัตว์อื่นๆ แต่ก็ยังเล็กไปที่จะจำเรื่องที่เคยเกิดขึ้นทั้งหมดในชีวิตได้หมด
เราจึงเลือกที่จะจำเฉพาะบางเรื่อง...
บางเรื่องก็อยากจำ... บางเรื่องไม่อยากจำแต่ก็กลับไม่ลืม...
ความทรงจำบางเรื่องก็ทำให้เรายิ้มได้ บางเรื่องก็ทำร้ายเราได้เสมอ
แต่ที่แน่ๆมันกลับมาหาเราในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิมทุกครั้ง
เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาที่เกิดการเล่าหรือระลึกถึงใหม่
ฉันเรียกมันว่า "การเกิดใหม่ของอดีต"
สิ่งนี้ทำให้อดีตไม่เคยเก่า เวลาย้อนกลับมาหาเราได้เสมอ
ฉันไม่เชื่อคำที่บอกว่า เวลาเหมือนสายน้ำที่ไม่เคยไหลย้อนกลับ
เพราะว่าอดีตมีความวกวน เล่นกลในตัวเอง
มันย้อนกลับมาได้อีก แต่เป็นรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม
อย่างที่เราเรียกมันว่า
"ความยอกย้อนของอดีต"
ย้อนกลับไปหามันได้ แต่อย่าไปยึดติดกับมัน เพราะอนาคตรอเธออยู่
..
..

ถ้า ... อดีตคือสิ่งที่เราจมปลัก

อนาคตคือสิ่งที่เราไม่มี